Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-เสาร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@sumitratravel

Travel License : 11/10894

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

เที่ยวยุโรปอย่างไรให้เลี่ยงคนเยอะและประหยัดเวลา | Sumitra Travel

เที่ยวยุโรปอย่างไรให้เลี่ยงคนเยอะและประหยัดเวลา | Sumitra Travel

26

Jun

ยุโรปตะวันออก

เที่ยวยุโรปอย่างไรให้เลี่ยงคนเยอะและประหยัดเวลา | Sumitra Travel

เที่ยวยุโรปอย่างไรให้เลี่ยงคนเยอะและประหยัดเวลา

ยุโรปเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่หลายคนที่เคยไปช่วงพีคซีซันอาจเจอปัญหาเหมือนกัน คือ “คนเยอะ คิวยาว โรงแรมแพง และใช้เวลาเดินทางมากกว่าที่คิด”

ความจริงแล้ว การเที่ยวยุโรปให้สนุก ไม่จำเป็นต้องไปเบียดคนในทุกแลนด์มาร์ก หรือเสียเวลาหลายชั่วโมงกับการต่อคิวเสมอไป หากวางแผนให้ถูกช่วง เลือกเมืองให้เหมาะ และรู้จักจองบางอย่างล่วงหน้า ทริปยุโรปจะสบายขึ้น ประหยัดเวลา และคุ้มค่ากว่าเดิมมาก

จากข้อมูลของ Eurostat ปี 2025 เดือนที่มีการเข้าพักในที่พักท่องเที่ยวของสหภาพยุโรปสูงที่สุดคือ สิงหาคม 16% และ กรกฎาคม 15% ของจำนวนคืนเข้าพักทั้งปี โดยเดือนพีคสูงกว่าเดือนโลว์ซีซันอย่างมกราคมถึงประมาณ 3.6 เท่า จึงไม่แปลกที่หลายเมืองยุโรปจะหนาแน่นมากในช่วงหน้าร้อน (European Commission)

1. เลือกเดินทางช่วง Shoulder Season แทนช่วงพีค

ช่วงที่ควรพิจารณามากที่สุดคือ เมษายน–มิถุนายน และ กันยายน–พฤศจิกายน เพราะเป็นช่วงคาบเกี่ยวระหว่างโลว์ซีซันกับไฮซีซัน หรือที่เรียกว่า Shoulder Season

ข้อดีคืออากาศยังเหมาะกับการเที่ยว แสงสวย ถ่ายรูปดี คนไม่แน่นเท่าช่วงกรกฎาคม–สิงหาคม และราคาตั๋วเครื่องบินหรือโรงแรมมักมีโอกาสยืดหยุ่นกว่าช่วงพีค

ข้อมูลจาก European Travel Commission ยังสะท้อนว่าคนยุโรปเองเริ่มสนใจ “เมืองรอง” หรือจุดหมายที่ไม่ใช่เส้นทางยอดนิยมมากขึ้น โดยในรายงานปี 2025 มีนักเดินทางกว่า 55% ที่สนใจเดินทางไปยังจุดหมายแบบ off-the-beaten-path เพิ่มขึ้นจาก 48% ในช่วงก่อนหน้า (ETC Corporate)

สรุปง่าย ๆ:
ถ้าอยากเที่ยวยุโรปแบบไม่เหนื่อยเกินไป ควรเลี่ยงกรกฎาคม–สิงหาคม ถ้าไม่ได้จำเป็นต้องไปช่วงปิดเทอมใหญ่

2. อย่าเที่ยวแต่เมืองฮิต ให้ผสม “เมืองหลัก + เมืองรอง”

ปารีส โรม เวนิส บาร์เซโลนา อัมสเตอร์ดัม และลอนดอน เป็นเมืองที่ควรไปสักครั้ง แต่ถ้าใส่แต่เมืองดังทั้งทริป อาจเจอทั้งคนเยอะ ค่าใช้จ่ายสูง และเวลาที่หมดไปกับการต่อคิว

วิธีที่ดีกว่าคือจัดเส้นทางแบบผสม เช่น

 - ฝรั่งเศส: ปารีส + ลียง / สตราสบูร์ก / โคลมาร์

- อิตาลี: โรม + โบโลญญา / เวโรนา / เซียนา

- สเปน: บาร์เซโลนา + บาเลนเซีย / ซาราโกซา / กรานาดา

- เยอรมนี: มิวนิก + นูเรมเบิร์ก / โรเธนบวร์ก / ไฮเดลเบิร์ก

- สวิตเซอร์แลนด์: ลูเซิร์น + อินเทอร์ลาเคน / เบิร์น / มงเทรอซ์

การผสมเมืองรองช่วยให้ทริปมีจังหวะหายใจ ไม่ต้องเร่งตลอดเวลา และหลายเมืองยังมีเสน่ห์แบบยุโรปแท้ ๆ ที่นักท่องเที่ยวทั่วไปอาจมองข้าม

3. จองตั๋วแบบระบุเวลาเข้าชมล่วงหน้า

แลนด์มาร์กยอดนิยมในยุโรปจำนวนมากใช้ระบบจองเวลาเข้าชม เช่น พิพิธภัณฑ์ โบสถ์ พระราชวัง หรือจุดชมวิว หากไม่จองล่วงหน้า อาจเสียเวลาต่อคิว หรือบางแห่งตั๋วเต็มในวันนั้น

ตัวอย่างเช่น Louvre Museum ในปารีส แนะนำให้ผู้เข้าชมทุกคน รวมถึงผู้ที่มีสิทธิ์เข้าฟรี จองตั๋วแบบระบุเวลาเข้าชมผ่านระบบออนไลน์ก่อนเดินทาง (Le Louvre) ส่วน Sagrada Família ในบาร์เซโลนาแจ้งชัดเจนว่าผู้เข้าชมต้องมาตามช่วงเวลาที่ระบุในตั๋ว และตั๋วซื้อผ่านออนไลน์เท่านั้น (sagradafamilia.org)

สถานที่ที่ควรเช็กตั๋วล่วงหน้าเสมอ เช่น

- Louvre Museum, Paris
- Eiffel Tower, Paris
- Vatican Museums, Rome
- Colosseum, Rome
- Sagrada Família, Barcelona
- Alhambra, Granada
- Anne Frank House, Amsterdam
- Jungfraujoch, Switzerland

การจองล่วงหน้าไม่ใช่แค่ช่วยประหยัดเวลา แต่ยังช่วยให้จัดโปรแกรมแต่ละวันได้แม่นขึ้น ไม่ต้องเผื่อเวลารอคิวนานเกินจำเป็น

4. เที่ยวให้ถูกเวลา

ถ้าอยากถ่ายรูปสวยและเจอคนน้อยกว่าเดิม ควรเลือกเวลาเที่ยวให้ดี ไม่ใช่ไปถึงทุกที่ช่วง 10.00–15.00 น. เพราะเป็นช่วงที่กรุ๊ปทัวร์และนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักเข้าเมืองพร้อมกัน

ช่วงเวลาที่มักเที่ยวสบายกว่า ได้แก่

- เช้ามาก: ประมาณ 07.00–09.00 น. เหมาะกับการถ่ายรูปหน้าแลนด์มาร์ก เดินย่านเมืองเก่า หรือชมวิว
- ช่วงเย็น: ประมาณ 16.00–18.30 น. เหมาะกับเมืองที่กลางวันคนแน่น เช่น ปารีส โรม เวนิส หรือปราก
- กลางคืน: เหมาะกับเมืองที่ปลอดภัยและมีแสงไฟสวย เช่น ปารีส ลอนดอน เวียนนา บูดาเปสต์

ตัวอย่างเช่น หากไปเวนิส การเดินเล่นช่วงเช้าหรือพักค้างคืนในเมือง จะให้บรรยากาศต่างจากการไปแบบ day trip มาก เพราะนักท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับมักทำให้เมืองแน่นในช่วงกลางวัน จนเมืองต้องมีมาตรการ Access Fee สำหรับผู้ที่เข้าเมืองบางวันและบางช่วงเวลา (cda.veneziaunica.it)

5. พักในทำเลที่ช่วยลดเวลาเดินทาง

หลายคนเลือกโรงแรมราคาถูกไว้นอกเมือง แต่สุดท้ายเสียเวลาเดินทางวันละ 1–2 ชั่วโมง และเสียค่าเดินทางเพิ่มโดยไม่รู้ตัว

หลักการเลือกที่พักในยุโรปให้ประหยัดเวลาคือ

- เลือกที่พักใกล้สถานีรถไฟหลัก หากต้องย้ายเมือง
- เลือกที่พักใกล้ Metro / Tram หากเที่ยวในเมืองใหญ่
- เลือกย่านที่เดินเที่ยวได้ ไม่ต้องต่อรถหลายรอบ
- หลีกเลี่ยงที่พักที่ถูกมากแต่ต้องเดินไกล ลากกระเป๋ายาก หรือไม่มีลิฟต์

สำหรับทริปยุโรปหลายเมือง ทำเลที่พักสำคัญกว่าที่คิด เพราะทุกชั่วโมงที่ประหยัดได้ หมายถึงเวลาที่เพิ่มขึ้นสำหรับการเที่ยว พัก กิน หรือช้อปปิ้ง

6. ใช้รถไฟให้คุ้ม แต่ไม่จำเป็นต้องนั่งรถไฟทุกเส้นทาง

ยุโรปมีระบบรถไฟที่ดีมาก โดยเฉพาะฝรั่งเศส เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี เนเธอร์แลนด์ และออสเตรีย การใช้รถไฟช่วยประหยัดเวลาเข้า–ออกสนามบิน และพาเราเข้าใจกลางเมืองได้สะดวก

แต่ไม่ใช่ทุกเส้นทางต้องใช้รถไฟเสมอไป บางเส้นทางบินภายในอาจประหยัดเวลากว่า โดยเฉพาะเมื่อระยะทางไกลมาก เช่น ปารีส–โรม หรือบาร์เซโลนา–เวียนนา

หลักคิดง่าย ๆ

- ถ้าเดินทางไม่เกิน 4–5 ชั่วโมง รถไฟมักสะดวกกว่า
- ถ้าเกิน 6–7 ชั่วโมง ควรเทียบกับไฟลท์ภายใน
- ถ้าเดินทางหลายเมืองติดกัน ควรวางเส้นทางแบบไม่ย้อนกลับ
- ถ้ามีกระเป๋าใหญ่ ควรเผื่อเวลาขึ้นลงชานชาลาและเปลี่ยนขบวน

ทริปยุโรปที่ดีไม่ใช่ทริปที่ไปได้หลายประเทศที่สุด แต่คือทริปที่ “เดินทางไม่เหนื่อยเกินไป” และมีเวลาคุณภาพในแต่ละเมือง

7. เลี่ยงวันหยุดยาว เทศกาลใหญ่ และอีเวนต์ระดับเมือง

บางเมืองในยุโรปอาจราคาสูงขึ้นมากในช่วงงานใหญ่ เช่น งานแฟร์ งานกีฬา คอนเสิร์ต เทศกาลดนตรี เทศกาลคริสต์มาส หรือเทศกาลท้องถิ่น

ตัวอย่างช่วงที่ควรเช็กก่อนเดินทาง ได้แก่

- Paris Fashion Week
- Oktoberfest ที่มิวนิก
- Carnival ที่เวนิส
- Christmas Market ช่วงปลายพฤศจิกายน–ธันวาคม ที่เมืองหลักๆ 
- การแข่งขันฟุตบอลหรือคอนเสิร์ตใหญ่
- งานแฟร์ระดับโลกในเมืองแฟรงก์เฟิร์ต มิลาน บาร์เซโลนา หรือเจนีวา

ถ้าตั้งใจไปงานเหล่านี้ก็ถือว่าคุ้ม แต่ถ้าไม่ได้ตั้งใจไป อาจเจอค่าที่พักสูง คนเยอะ และการเดินทางในเมืองติดขัดโดยไม่จำเป็น

8. วางแผนเที่ยวแบบ “น้อยลง แต่ลึกขึ้น”

หลายทริปยุโรปเหนื่อยเพราะพยายามใส่หลายประเทศเกินไป เช่น 7 วัน 5 เมือง 4 ประเทศ ฟังดูคุ้ม แต่เวลาจริงอาจหมดไปกับการเช็กเอาต์ ย้ายกระเป๋า รอรถไฟ และเดินทางระหว่างเมือง

ถ้ามีเวลา 7–10 วัน แนะนำให้เลือก 1–2 ประเทศ หรือ 2–3 เมืองหลักก็เพียงพอแล้ว เช่น

- ฝรั่งเศส 8 วัน: ปารีส + ชาโมนิก มองบลังซ์ + สตราสบูร์ก
- อิตาลี 9 วัน: โรม + ฟลอเรนซ์ + เวนิส
- สวิตเซอร์แลนด์ 8 วัน: ซูริก + ลูเซิร์น + อินเทอร์ลาเคน + มงเทรอซ์
- ยุโรปกลาง 9 วัน: เวียนนา + เชสกี้ครุมลอฟ + ปราก + บูดาเปสต์

การเที่ยวแบบไม่อัดแน่นช่วยให้เห็นเสน่ห์ของเมืองมากขึ้น และเหมาะกับคนที่อยากได้ประสบการณ์มากกว่าแค่ “เช็กอินให้ครบ”

9. ใช้เทคนิคจองร้านอาหารและกิจกรรมล่วงหน้า

ในเมืองยอดนิยม ร้านดังมักเต็มเร็ว โดยเฉพาะมื้อเย็นช่วง 19.00–21.00 น. ถ้ามีร้านที่อยากไปจริง ควรจองล่วงหน้า หรือเลือกกินช่วงก่อนเวลาพีค เช่น 17.30–18.30 น.

ส่วนกิจกรรมที่ควรจองล่วงหน้า ได้แก่

- ล่องเรือแม่น้ำแซน
- ตั๋วขึ้นภูเขาในสวิตเซอร์แลนด์
- Wine tasting
- Day trip ยอดนิยม
- รถรับส่งสนามบิน
- ตั๋วรถไฟความเร็วสูง

การจองล่วงหน้าช่วยลดความเสี่ยงเรื่องคิวเต็ม และทำให้คุมงบประมาณได้ดีขึ้น

10. ให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยวางเส้นทาง หากต้องการเที่ยวแบบประหยัดเวลา

การเที่ยวยุโรปด้วยตัวเองทำได้ แต่ถ้าเป็นทริปครอบครัว ทริปผู้ใหญ่ ทริปกรุ๊ปเหมา หรือทริปที่มีหลายเมือง การวางแผนผิดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้เสียเวลาและเสียงบประมาณมากกว่าที่คิด

สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือ

- เส้นทางต้องไม่ย้อน
- เวลาเดินทางแต่ละวันต้องเหมาะสม
- โรงแรมควรอยู่ในทำเลที่เดินทางง่าย
- จองตั๋วเข้าชมตามเวลาจริง
- เผื่อเวลาพัก ไม่อัดแน่นเกินไป
- เลือกเมืองให้เหมาะกับฤดูกาล
- คำนวณค่าใช้จ่ายรวม ไม่ดูแค่ราคาตั๋วเครื่องบินหรือโรงแรม

สำหรับคนที่อยากเที่ยวยุโรปแบบอุ่นใจ Sumitra Travel สามารถช่วยออกแบบเส้นทางยุโรปให้เหมาะกับสไตล์การเดินทาง งบประมาณ จำนวนวัน และกลุ่มผู้เดินทาง ไม่ว่าจะเป็นทริปครอบครัว กรุ๊ปส่วนตัว กรุ๊ปผู้สูงอายุ หรือทริปองค์กร

คำถามที่พบบ่อย: เที่ยวยุโรปให้เลี่ยงคนเยอะ

เที่ยวยุโรปเดือนไหนคนน้อยกว่าช่วงพีค?

โดยทั่วไป เดือนเมษายน–มิถุนายน และกันยายน–พฤศจิกายน เป็นช่วงที่เหมาะสำหรับคนอยากเลี่ยงคนเยอะ เพราะไม่แน่นเท่ากรกฎาคม–สิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงพีคของยุโรป

ไปยุโรปช่วงหน้าร้อนควรเลี่ยงอะไร?

ควรเลี่ยงเมืองฮิตช่วงกลางวัน เลี่ยงการเข้าชมแลนด์มาร์กโดยไม่จองตั๋ว และควรเช็กวันหยุดหรือเทศกาลใหญ่ของเมืองที่จะไป

เมืองรองในยุโรปน่าเที่ยวไหม?

น่าเที่ยวมาก เพราะหลายเมืองมีเสน่ห์ วัฒนธรรม อาหาร และสถาปัตยกรรมที่สวยไม่แพ้เมืองหลัก อีกทั้งมักเดินเที่ยวสบายกว่าและบรรยากาศผ่อนคลายกว่า

ควรจองตั๋วเข้าชมล่วงหน้าหรือไม่?

ควรจอง โดยเฉพาะสถานที่ยอดนิยม เช่น Louvre, Vatican Museums, Colosseum, Sagrada Família, Alhambra และจุดชมวิวต่าง ๆ เพราะหลายแห่งใช้ระบบระบุเวลาเข้าชม

เที่ยวยุโรปเองกับให้บริษัททัวร์ช่วยวางแผน ต่างกันอย่างไร?

เที่ยวเองเหมาะกับคนมีเวลาศึกษาและยืดหยุ่นสูง ส่วนการให้บริษัททัวร์ช่วยวางแผนเหมาะกับคนที่ต้องการประหยัดเวลา ลดความผิดพลาด และต้องการเส้นทางที่เหมาะกับกลุ่มผู้เดินทางจริง

-----------------------------------------------------------------------------------

อยากเที่ยวยุโรปแบบไม่เร่ง ไม่เหนื่อย และไม่เสียเวลาไปกับการต่อคิวนาน ๆ
ให้ Sumitra Travel ช่วยออกแบบเส้นทางยุโรปที่เหมาะกับคุณและคณะได้เลยค่ะ

Tel. 02-9817759 087-0199992
Line: @sumitravel
Website: www.sumitratravel.com

จำนวนผู้เข้าชม 8 ครั้ง